<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าว จังหวัดนครราชสีมา]]></title>
<link>https://radionakhonratchasima.prd.go.th/th/content/category/index/id/9</link>
<atom:link href="https://radionakhonratchasima.prd.go.th/th/content/category/index/id/9" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ ชวนภาคธุรกิจออสเตรเลีย  ใช้ไทยเป็นฐานการลงทุน เชื่อมตลาดอาเซียน ขยายความร่วมมือ 5 อุตสาหกรรม ต่อ ยอดหุ้นส่วนธุรกิจ]]></title>
<link>https://radionakhonratchasima.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/537857</link>
<guid isPermaLink="false">2419a8b8c32ff7344a97ef7af5766144</guid>
<pubDate>Wed, 02 Sep 2026 11:21:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>(18 ส.ค. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทย เยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 17 - 20 สิงหาคม 2569 ตามคำเชิญของนายแอนโทนี แอลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย โดยการเยือนครั้งนี้มุ่งขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย&ndash;ออสเตรเลียให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสองประเทศอย่างรอบด้าน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเยือนครั้งนี้เป็นการเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีไทยครั้งแรกในรอบ 14 ปี โดยได้เข้าเยี่ยมคารวะ นางมาร์กาเร็ต บีซลีย์ ผู้สำเร็จราชการแห่งรัฐนิวเซาท์เวลส์ โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย &ndash; ออสเตรเลีย และแนวทางการขยายความร่วมมือในสาขาที่มีผลประโยชน์ร่วมกันทั้งด้านการวิจัย การแลก เปลี่ยนนักศึกษา และการพัฒนากำลังคนในสาขาแห่งอนาคต สำหรับการท่องเที่ยวในปี 2568 มีนักท่องเที่ยวออสเตรเลียเดินทางมาไทยประมาณ 800,000 คน สะท้อนถึงสายสัมพันธ์ระดับประชาชนที่แน่นแฟ้น และมีพลวัตระหว่างสองประเทศ อีกทั้งยังขอบคุณรัฐบาลรัฐนิวเซาท์เวลส์ที่ให้การสนับสนุนชุมชนไทยและกิจกรรมทางวัฒนธรรมไทยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงงาน Sydney Lunar Festival และการจัดงาน Thailand Grand Festival โดยสถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์&nbsp;ในเดือนกันยายนนี้</p>

<p>นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้แสดงวิสัยทัศน์หัวข้อ &ldquo;Beyond the Thailand-Australia Bilateral Partnership: Advancing International&nbsp;Order through Regional and Minilateral Cooperation&rdquo;&nbsp;ณ สถาบัน Lowy นครซิดนีย์ โดยได้ใช้โอกาสนี้ในการนำเสนอบทบาทของไทย ออสเตรเลีย และประเทศขนาดกลางในการรับมือกับโลกที่มีความไม่แน่นอน ใน 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่</p>

<p>1. ทำให้ภูมิภาคนิยม (Regionalism) สถาบันระดับโลกยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่ง แต่ในช่วงเวลาที่การสร้างฉันทามติในระดับโลกเป็นไปได้ยาก สถาบันระดับภูมิภาคจำเป็นต้องมีบทบาทมากขึ้น ทั้งในการรักษาช่องทางการหารือ สร้างความไว้วางใจ และแปลงหลักการไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ประเทศไทยและอาเซียนยังคงเป็น &ldquo;หลักยึดทางยุทธศาสตร์&rdquo; ที่สำคัญ ความเป็นเอกภาพและความเป็นศูนย์กลาง ของอาเซียนต้องได้รับการสนับสนุนด้วยความสามารถในการกำหนดวาระของตนเอง และตอบสนองต่อความท้าทายในภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพในเรื่องเมียนมา นายกรัฐมนตรียืนยันว่า ไทยสนับสนุนฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน ควบคู่กับแนวทางการมีปฏิสัมพันธ์อย่างเหมาะสมและเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อรักษาช่องทางการหารือและส่งเสริมให้เกิดความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม สำหรับความสัมพันธ์กับกัมพูชา นายกรัฐมนตรียืนยันว่า ไทยยังคงมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี ผ่านการเจรจาและกลไกทวิภาคีที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องร่วมกัน พร้อมกับรักษาความเป็นเอกภาพของอาเซียน&nbsp;</p>

<p>2. รักษาความเป็นอิสระเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Autonomy) ด้วยการขยายและกระจายความเป็นหุ้นส่วนที่หลากหลาย และพิจารณาแต่ละประเด็นบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและผลประโยชน์ ของประเทศ ไทยและออสเตรเลียควรต่อยอดความร่วมมือและปัญหาที่มีความเร่งด่วน ได้แก่ การต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์และอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งนายกรัฐมนตรีและนายแอนโทนี แอลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย มีกำหนดลงนามในถ้อยแถลงร่วมว่าด้วยความร่วมมือด้านอาชญากรรมข้ามชาติ ณ กรุงแคนเบอร์รา เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายระหว่างสองประเทศ ซึ่งการรักษาความสามารถในการกำหนดทิศทางของตนเองของประเทศต่าง ๆ โดยไม่จำเป็นต้องเลือกข้างหรือเลือกค่าย เป็นการสร้างแนวร่วมและเครือข่ายความร่วมมือการทำงานร่วมกัน</p>

<p>3. สร้างภูมิคุ้มกันและความยืดหยุ่น (Resilience) ผ่านการบูรณาการทางเศรษฐกิจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น การกระจายความเสี่ยง ลดการพึ่งพาแหล่งใดแหล่งหนึ่งมากเกินไป โดยไม่ทำลายความเปิดกว้างทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค ไทยและออสเตรเลียมีรากฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง โดยความตกลงการค้าเสรีไทย&ndash;ออสเตรเลียมีผลใช้บังคับมาตั้งแต่ปี 2548 และในปี 2568 การค้าสองฝ่ายมีมูลค่าประมาณ 32,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ขณะที่ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน&ndash;ออสเตรเลีย&ndash;นิวซีแลนด์ (AANZFTA) และความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ช่วยเชื่อมโยงเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศเข้ากับภูมิภาคในวงกว้างยิ่งขึ้น ขั้นต่อไปคือการยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจดังกล่าวไปสู่ &ldquo;หุ้นส่วนที่มีความยืดหยุ่นและพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง&rdquo; (resilient partnership)&nbsp; โดยออสเตรเลียมีจุดแข็งด้านแร่ธาตุสำคัญ พลังงาน การศึกษา เทคโนโลยี และเงินทุน ขณะที่ไทยมีศักยภาพด้านการผลิตขั้นสูง การผลิตอาหาร การเชื่อมโยงภูมิภาค อุตสาหกรรมสีเขียวและดิจิทัลที่กำลังเติบโต ทั้งสองประเทศจึงควรเชื่อมโยงจุดแข็งเหล่านี้เข้าด้วยกัน นอกจากนี้การเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ของไทย จะมีส่วนสำคัญในการยกระดับมาตรฐาน กฎระเบียบ และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยไทยยินดีและขอบคุณออสเตรเลียสำหรับการสนับสนุนไทย อีกทั้ง นายกรัฐมนตรียังได้เยี่ยมชมย่าน Thai Town ในนครซิดนีย์ และพบปะชุมชนไทย โดยมีนางโคลเวอร์ มอร์ นายกเทศมนตรีนครซิดนีย์&nbsp;ให้การต้อนรับและนำเยี่ยมชมร้านค้าของคนไทยในพื้นที่ ซึ่งได้ยกระดับให้เป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมไทยในออสเตรเลีย อาทิ การจัดสร้างงานศิลปะสาธารณะ แลนด์มาร์กทางวัฒนธรรม ในช่วงที่ผ่านมา Thai Town ได้รับความสนใจมากขึ้นจากการนำเสนอผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะจากกลุ่มผู้สร้างสรรค์เนื้อหาด้านอาหารและการท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่งช่วยเผยแพร่ความเป็นไทยและทำให้ Thai Town เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ทั้งยังช่วยดึงดูดผู้มาเยือนและสร้างโอกาสให้แก่ร้านค้าและผู้ประกอบการในพื้นที่ และเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ Canva บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกด้านการสื่อสารด้วยภาพ พร้อมหารือกับ COO&nbsp;</p>

<p>นายคลิฟ โอเบรคต์ (Cliff Obrecht) ผู้ร่วมก่อตั้งและ COO และนาย Willix Halim CEO Canva ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดย Creative Economy เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่รัฐบาลต้องการผลักดัน เพราะประเทศไทยมีทั้งบุคลากรที่มีความสามารถ อัตลักษณ์ และทุนทางวัฒนธรรมที่มีพลัง สามารถต่อยอดเป็นสินค้า บริการ และทรัพย์สินทางปัญญาที่มีมูลค่าในตลาดโลกได้ โดยมองว่าแพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง Canva สามารถช่วยเปิดพื้นที่ให้การออกแบบและวัฒนธรรมไทยเข้าถึงผู้ใช้ทั่วโลก และเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ให้กลายเป็นรายได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงการทำงานร่วมกับ Local Creators และ SMEs ไทย โดยส่งเสริมให้มีการนำงานออกแบบ องค์ประกอบทางวัฒนธรรม และผลงานของครีเอเตอร์ไทยเข้าสู่แพลตฟอร์มมากขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้งานทั่วโลกสามารถนำไปใช้ และเปิดโอกาสให้ Thai Creators ได้รับค่าตอบแทนจากผลงานของตนเอง ทำให้รายได้จากตลาดโลกไหลกลับมาสู่ประเทศไทย&nbsp;ซึ่ง Canva ตั้งเป้าเพิ่มจำนวน Canva Creators ชาวไทยจากประมาณ 190 คน เป็น 1,000 คน ภายในปี 2571รวมถึงขยายความร่วมมือด้านการศึกษากับกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้เยาวชนไทยเข้าถึงเครื่องมือและทักษะที่จำเป็นต่อเศรษฐกิจยุคใหม่</p>

<p>นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวปาฐกถาในงาน &ldquo;Thailand&ndash;Australia Investment and Business Partnership Reception&rdquo; หัวข้อ &ldquo;Thailand and Australia, A Strategic Partnership for Growth&rdquo; โดยมีผู้แทนภาครัฐและภาคธุรกิจของไทยและออสเตรเลียเข้าร่วม&nbsp;</p>

<p>การเยือนครั้งนี้เป็นโอกาสในการเชื่อมโยงภาคธุรกิจให้เปลี่ยนความสัมพันธ์ที่มีมายาวนานไปสู่การลงทุน การสร้างงาน และโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ โดยรัฐบาลมีหน้าที่เปิดประตูและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย ขณะที่ภาคธุรกิจคือผู้ที่จะเปลี่ยนโอกาสเหล่านั้นให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่เผชิญความไม่แน่นอนจากภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทาน ไทยในฐานะหนึ่งในประเทศผู้ก่อตั้งอาเซียน และจะรับหน้าที่ประธานอาเซียนในปี 2571 ได้มุ่งขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศต่าง ๆ เพื่อให้อาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีความเข้มแข็ง เชื่อมโยง และสามารถแข่งขันได้มากขึ้น การลงทุนและการผลิต</p>

<p>ในประเทศไทย ไม่ได้หมายถึงการเข้าสู่ตลาดใดตลาดหนึ่ง แต่คือการเข้าสู่ทั้งภูมิภาค ซึ่งได้เห็นโอกาสขยายความร่วมมือใน 5 สาขาสำคัญ ได้แก่ เกษตรกรรมและอาหาร พลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงาน อุตสาหกรรมดิจิทัลและสร้างสรรค์ การผลิตขั้นสูง และการศึกษา อีกทั้งรัฐบาลกำลังเร่งทำให้การลงทุนในประเทศไทยสะดวกและแข่งขันได้มากขึ้น โดย Thailand FastPass จะช่วยให้นักลงทุนที่มีคุณสมบัติสามารถได้รับการอนุมัติให้ดำเนินธุรกิจได้รวดเร็วขึ้น พร้อมทั้งเชิญชวนภาคธุรกิจออสเตรเลียขยายการลงทุน และสร้างความร่วมมือในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานการลงทุนและประตูเชื่อมสู่ตลาดอาเซียนที่มีประชากรเกือบ 700 ล้านคน เพื่อสร้างโอกาสและสร้างรายได้ให้แก่ประเทศไทย</p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radionakhonratchasima.prd.go.th/th/file/get/file/202609022abc8bb84241964834f757ccee60e68b114537.jpg' type='image/jpg' length='1717123' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“รมว.กลาโหม” ลุยชายแดนใต้ เกาะติดสถานการณ์ความมั่นคง ผนึกกำลังทุกหน่วย ย้ำ “ความมั่นคงต้องคู่การพัฒนา” ประชาชนต้องปลอดภัย เดินหน้าสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืน]]></title>
<link>https://radionakhonratchasima.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/537327</link>
<guid isPermaLink="false">4ac5791a1bf98815a0ece8ad258946f2</guid>
<pubDate>Mon, 31 Aug 2026 20:53:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (31 สิงหาคม 2569) พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานประชุมรับฟังสถานการณ์และผลการปฏิบัติงานด้านความมั่นคง โดยมี พลเอก ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้แทนจากฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ศอ.บต. การศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม</p>

<p>ที่ประชุมได้ติดตาม แนวโน้มสถานการณ์ เหตุการณ์และคดีความมั่นคง ผลการดำเนินงานด้านการศึกษา ตลอดจนการพัฒนาพื้นที่ จากหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ได้แก่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า, ศอ.บต., กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศูนย์การศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และกองบัญชาการควบคุมอาสาสมัครรักษาดินแดนภาคใต้ (มหาดไทยส่วนหน้า) พร้อมหารือแนวทางบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยให้สอดคล้องกับสถานการณ์และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น</p>

<p>นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันหารือถึงแนวทางการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคง ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การปฏิบัติงานในพื้นที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับสถานการณ์ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน</p>

<p>ด้าน พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เน้นย้ำการขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคงควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ พร้อมสนับสนุนการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและนำไปสู่ความสงบสุขอย่างยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้</p>

<p>ขณะที่ แม่ทัพภาคที่ 4 ระบุว่า แม้ยังมีความพยายามก่อเหตุสร้างสถานการณ์และกระทบต่อเศรษฐกิจในพื้นที่ แต่หน่วยงานความมั่นคงยังคงทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ ควบคู่กับการพัฒนา ทั้งการดูแลความปลอดภัย การบังคับใช้กฎหมาย การยกระดับมาตรการตามแนวชายแดน รวมถึงการส่งเสริมคุณภาพชีวิต การแพทย์ และอาชีพของประชาชน</p>

<p>ในช่วงท้าย รมว.กลาโหม ย้ำ &ldquo;ความมั่นคงต้องเดินคู่การพัฒนา&rdquo; พร้อมสนับสนุนการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ดูแลความปลอดภัยของประชาชน และขับเคลื่อนจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปสู่ความสงบสุขและสันติสุขอย่างยั่งยืน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radionakhonratchasima.prd.go.th/th/file/get/file/20260831a7e7dedd7f1df69802c01ac426b7f6f4205655.jpg' type='image/jpg' length='168083' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“รมว.อุตสาหกรรม” ผนึกกำลัง SME จัดมหกรรม 3 มิติ เสริมแกร่งธุรกิจไทย เติบโตอย่างยั่งยืน]]></title>
<link>https://radionakhonratchasima.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/537325</link>
<guid isPermaLink="false">c6b8662c181b0948adf47ce2ead7c6f9</guid>
<pubDate>Mon, 31 Aug 2026 20:45:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (31 สิงหาคม 2569) ที่โรงแรมทีอาร์ร็อคฮิลล์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงาน &ldquo;มหกรรมรวมพลัง 3 มิติ พา SME ไทยโตยั่งยืน&rdquo; ครั้งที่ 2 ในหัวข้อ &ldquo;ปั้น Influencer ติดตะกร้า เปลี่ยนโพสต์ธรรมดาให้ขายดี ด้วย Affiliate Tools โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม หน่วยงานพันธมิตร ผู้ประกอบการ SME และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน</p>

<p>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการ SME ต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน ต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนกติกาการค้าและมาตรฐานใหม่ของโลกที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้น ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเร่งปรับตัวและยกระดับธุรกิจ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างการเติบโตที่มั่นคงในระยะยาว</p>

<p>กระทรวงอุตสาหกรรม จึงมอบหมายให้ SME D Bank ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ เดินหน้าช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ผ่านแนวทาง &ldquo;3 มิติ&rdquo; ประกอบด้วย ด้านเติมทุน ด้านพัฒนา และด้านช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง</p>

<p>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ยังเน้นย้ำว่า ผู้ประกอบการ SME ถือเป็นฐานรากสำคัญของเศรษฐกิจไทย หาก SME มีความเข้มแข็ง จะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับฐานราก เชื่อมโยงไปสู่เศรษฐกิจของประเทศโดยรวม พร้อมชื่นชม SME D Bank ที่จัดกิจกรรมเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการในพื้นที่ และหวังว่าผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานจะสามารถนำองค์ความรู้และประโยชน์ที่ได้รับไปต่อยอดธุรกิจ สร้างรายได้ เพิ่มมูลค่าให้กับกิจการ และเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน</p>

<p>สำหรับงาน &ldquo;มหกรรมรวมพลัง 3 มิติ พา SME ไทยโตยั่งยืน&rdquo; เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงภาครัฐ สถาบันการเงิน และผู้ประกอบการ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ SME ไทย พร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลงและเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radionakhonratchasima.prd.go.th/th/file/get/file/20260831b06e612dba09763343ee47ebfdea7ff5205044.jpg' type='image/jpg' length='185646' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“สุชาติ” รมว.ทรัพยากรฯ ลุยสงขลา ติดตามพัฒนา “พรุสาคู บ้านไร่” เพิ่มน้ำต้นทุน เสริมความมั่นคง แก้ท่วม–แล้ง]]></title>
<link>https://radionakhonratchasima.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/537322</link>
<guid isPermaLink="false">0e0b460b2e72f2046a1f51c1e4ac8116</guid>
<pubDate>Mon, 31 Aug 2026 20:42:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (31 สิงหาคม 2569) เวลา 08.30 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะ ลงพื้นที่ตำบลบ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อตรวจติดตามความคืบหน้าและรับฟังบรรยายสรุปโครงการปรับปรุงเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนพรุสาคู บ้านไร่ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำในช่วงฤดูแล้ง เพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนสำหรับการผลิตน้ำประปา ตลอดจนฟื้นฟูและรักษาระบบนิเวศของแหล่งน้ำให้มีความสมดุลและยั่งยืน&nbsp;</p>

<p>ในการนี้นายสมยศ พลายด้วง สส.เขต 3 สงขลา นายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ และนายสาโรจน์ รัตนพันธ์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านไร่ กล่าวต้อนรับ</p>

<p>สำหรับโครงการดังกล่าวได้ดำเนินการปรับปรุงแหล่งน้ำและระบบบริหารจัดการน้ำ ทั้งการขุดลอกแหล่งน้ำ ปรับปรุงคันคลอง ติดตั้งประตูระบายน้ำ และป้องกันการกัดเซาะตลิ่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บและระบายน้ำ พร้อมฟื้นฟูระบบนิเวศของแหล่งน้ำ</p>

<p>ภายหลังการปรับปรุง สามารถเพิ่มความจุในการกักเก็บน้ำจาก 25,000 เป็น 129,000 ลูกบาศก์เมตร และเพิ่มอัตราการระบายน้ำจาก 78 เป็น 120 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ครอบคลุมพื้นที่รับประโยชน์กว่า 550 ไร่ และประชาชน 476 ครัวเรือน ช่วยเสริมความมั่นคงด้านน้ำและลดผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้ง ส่วนด้านการเกษตร ช่วยให้เกษตรกรมีน้ำเพียงพอตลอดปี และเพิ่มมูลค่าผลผลิตทั้งยางพารา ปาล์มน้ำมัน และไม้ผล ส่งผลต่อการเพิ่มรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่</p>

<p>นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนอ่างเก็บน้ำพรุสาคูนั้น เน้นย้ำถึงความสำคัญของแหล่งน้ำต้นทุนและการตัดมวลน้ำเพื่อป้องกันปัญหาภัยแล้งและอุทกภัย โดยมีการเสนอแนวทางบริหารจัดการหลังดำเนินโครงการ 3 ข้อ ได้แก่ การบริหารจัดการแหล่งน้ำเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนและการบูรณาการร่วมกันของภาครัฐ การอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศควบคู่กับการดูแลคุณภาพน้ำ และการเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำพร้อมพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อรองรับการพักผ่อนหย่อนใจของประชาชนในอนาคต</p>

<p>สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน ทั้งการสร้างความมั่นคงด้านน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค การเกษตร และการผลิตน้ำประปา ควบคู่กับการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัยและภัยแล้ง ตลอดจนการดูแลรักษาระบบนิเวศ เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำได้อย่างเพียงพอและยั่งยืนในระยะยาว</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radionakhonratchasima.prd.go.th/th/file/get/file/202608311dd1f4254dd4810423b10031475c38c8204459.jpg' type='image/jpg' length='130015' />
</item>
<item>
<title><![CDATA["นิกร" ลงพื้นที่สงขลา มอบกุญแจบ้านมั่นคง "ชุมชนประธานคีรีวัฒน์" ชู "พะตงโมเดล" พลัสคุณภาพชีวิต ยืนยันเดินหน้าดันขยายโครงการแก้บ้านริมรางภาคใต้เพิ่ม 5 ปี ช่วยกว่า 1.9 หมื่นครัวเรือน]]></title>
<link>https://radionakhonratchasima.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/537321</link>
<guid isPermaLink="false">64b7a3f5d0a54417afecc20b1eff330a</guid>
<pubDate>Mon, 31 Aug 2026 20:39:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (31 ส.ค. 69) นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เดินทางลงพื้นที่ ณ สหกรณ์เคหสถานเครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองพะตง จำกัด ตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นประธานในพิธีติดตามการพัฒนาที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาระบบราง ภาคใต้ พร้อมเป็นประธานมอบกุญแจบ้านมั่นคงเฟสแรกให้แก่สมาชิกชุมชนประธานคีรีวัฒน์ จำนวน 38 ครัวเรือน</p>

<p>นางสาวเฉลิมศรี ระดากุล รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) รายงานความก้าวหน้าโครงการฯ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 กรอบวงเงิน 7,718.94 ล้านบาท ระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2566&ndash;2570) ว่า ครอบคลุมการแก้ไขปัญหา 35 จังหวัด 300 ชุมชน 27,084 ครัวเรือน โดยในพื้นที่ภาคใต้มีผู้ได้รับผลกระทบ 9 จังหวัด 152 ชุมชน 15,168 ครัวเรือน ซึ่งจังหวัดสงขลามีผู้ได้รับผลกระทบสูงสุดถึง 8,716 ครัวเรือน จาก 76 ชุมชน</p>

<p>ปัจจุบัน พอช. สนับสนุนการแก้ไขปัญหาในภาคใต้แล้ว 30 โครงการ 1,783 ครัวเรือน รวมงบประมาณกว่า 209 ล้านบาท สำหรับ &quot;ชุมชนประธานคีรีวัฒน์&quot; ซึ่งได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงหาดใหญ่&ndash;ปาดังเบซาร์ ได้รวมตัว 136 ครัวเรือน จัดตั้งสหกรณ์และร่วมกันจัดซื้อที่ดินใหม่เนื้อที่กว่า 21 ไร่ โดย พอช. สนับสนุนงบอุดหนุนที่อยู่อาศัย 20.098 ล้านบาท พร้อมสินเชื่อเพิ่มเติม จนสามารถสร้างบ้านแล้วเสร็จในระยะแรก 38 ครัวเรือน และต่อยอดสู่เศรษฐกิจฐานราก อาทิ ผ้ามัดย้อม ไข่ครอบ ผักออร์แกนิก และแปลงเกษตรโคก หนอง นา ขนาด 5 ไร่</p>

<p>ด้าน นายนิกร โสมกลาง รมว.พม. ได้มอบแนวทางขับเคลื่อนงานภายใต้กรอบ &ldquo;พลิกฟื้นคุณภาพชีวิต สร้างสิทธิที่อยู่อาศัยที่มั่นคง เพื่อชุมชนริมรางรถไฟภาคใต้&rdquo; 4 ประการ ดังนี้ สร้างความมั่นคงในที่ดินและที่อยู่อาศัย เร่งรัดสิทธิการเช่าที่ดินเดิม และใช้ &quot;พะตงโมเดล&quot; เป็นต้นแบบจัดซื้อที่ดินใหม่และการจัดตั้งสหกรณ์ ยกระดับจากการสร้างบ้านสู่การสร้างคุณภาพชีวิต เชื่อมโยงสวัสดิการ สุขภาพ และการดูแลกลุ่มเปราะบาง (เด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ) อย่างครบวงจร ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก เปลี่ยนภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นรายได้ที่ยั่งยืน ผ่านการพัฒนามาตรฐานสินค้า บรรจุภัณฑ์ การตลาดดิจิทัล และโครงการโคก หนอง นา ขยายผลศูนย์เรียนรู้และเครือข่าย ให้พื้นที่พะตงเป็น &quot;เวทีกลาง&quot; ถ่ายทอดประสบการณ์เรื่องสหกรณ์ การออมทรัพย์ และการบริหารจัดการที่ดินแก่ชุมชนริมรางอื่น ๆ พร้อมกันนี้ รมว.พม. ยืนยันว่า กระทรวง พม. จะเดินหน้าผลักดันการขอขยายระยะเวลา &quot;โครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาระบบราง&quot; ออกไปอีก 5 ปี (พ.ศ. 2571&ndash;2575) เพื่อให้ พอช. มีกลไกและงบประมาณต่อเนื่องในการดูแลประชาชนที่เหลืออีกกว่า 1.9 หมื่นครัวเรือนทั่วประเทศอย่างยั่งยืน</p>

<p>ภายในงานมีคณะผู้บริหารกระทรวง พม., พอช., การเคหะแห่งชาติ, ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดสงขลา และภาคีเครือข่ายองค์กรชุมชนภาคใต้ (สงขลา, พัทลุง, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช) เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radionakhonratchasima.prd.go.th/th/file/get/file/20260831a85d1414f65eb2aff70efe1cbe9cb378204046.jpg' type='image/jpg' length='83855' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“สุชาติ” รัฐมนตรีฯ ทรัพยากรธรรมชาติฯ ลงพื้นที่อำเภอนาหม่อม ติดตามโครงการน้ำบาดาลเพื่อความมั่นคงระดับชุมชน]]></title>
<link>https://radionakhonratchasima.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/537320</link>
<guid isPermaLink="false">0d0d615e72170c76fc2f6a9fe403e145</guid>
<pubDate>Mon, 31 Aug 2026 20:36:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (31 ส.ค. 69) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ วัดทุ่งฆ้อโฆสิตาราม อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา ติดตามผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อความมั่นคงระดับชุมชน</p>

<p>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า รัฐบาลเดินหน้าพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำ เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและอุทกภัย พร้อมย้ำว่าโครงการนี้ช่วยให้ประชาชนมีน้ำอุปโภคบริโภคตลอดทั้งปี และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน</p>

<p>ด้าน นางสาววรีวสยา สินธุเดชะ รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเปิดเผยว่า โครงการแห่งนี้ให้บริการประชาชน 438 ครัวเรือน หรือกว่า 1,259 คน มีน้ำสะอาดใช้อย่างเพียงพอ อีกทั้งยังเป็นแหล่งน้ำสำรองในภาวะฉุกเฉิน โดยเคยสนับสนุนน้ำสะอาดให้โรงพยาบาล ศูนย์ฟอกไต และผู้ประสบอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ เมื่อปลายปี 2568 สำหรับจังหวัดสงขลา กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้รับงบประมาณดำเนินโครงการด้านน้ำบาดาลในช่วงปี 2568&ndash;2569 รวม 58 แห่ง เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radionakhonratchasima.prd.go.th/th/file/get/file/20260831f7fc52f4a8ce947a6c7770a781959bfd203859.jpg' type='image/jpg' length='183659' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“รมช.มท.เจเศรษฐ์” ติดตามระบบระบายน้ำหลักควนลัง เร่งแก้น้ำท่วมซ้ำซาก–เพิ่มประสิทธิภาพระบายน้ำหาดใหญ่]]></title>
<link>https://radionakhonratchasima.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/537318</link>
<guid isPermaLink="false">e3d3e44734e8ec1ad922063f18f2ed9e</guid>
<pubDate>Mon, 31 Aug 2026 20:33:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (31 สิงหาคม 2569) ที่ชุมชนควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำหลัก เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ชุมชนควนลังและพื้นที่ต่อเนื่องของเทศบาลนครหาดใหญ่ พร้อมรับฟังปัญหาและอุปสรรคการดำเนินงานในพื้นที่</p>

<p>โครงการระยะที่ 1 เป็นการก่อสร้างระบบระบายน้ำหลักจากบริเวณคลองต่ำเชื่อมคลอง ร.1 ระยะทางประมาณ 1.6 กิโลเมตร โดยก่อสร้างกำแพงคอนกรีตแบบตัว L และตอกเสาเข็มด้านหน้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพรองรับและเร่งระบายน้ำ ครอบคลุมพื้นที่ฝั่งขวาของเทศบาลนครหาดใหญ่และฝั่งซ้ายของตำบลควนลัง</p>

<p>ส่วนระยะที่ 2 อยู่ในกรอบปีงบประมาณ 2569&ndash;2572 วงเงินผูกพันประมาณ 200 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดหาผู้รับจ้าง คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนกันยายน โดยจะก่อสร้างระบบระบายน้ำแบบ Box Culvert สองฝั่ง ตั้งแต่แยกคลองต่ำตามแนวถนนเพชรเกษมมุ่งหน้าทางเข้าสนามบินหาดใหญ่ รวมระยะทางประมาณ 5.1 กิโลเมตร</p>

<p>รมช.มท.เจเศรษฐ์ระบุว่า การแก้ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ต้องเดินทั้งงานโครงสร้างพื้นฐานและการบริหารจัดการน้ำควบคู่กัน พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ เปิดทางน้ำให้ไหลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อลดความเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซากและผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radionakhonratchasima.prd.go.th/th/file/get/file/2026083192e5ec0e0616e93e6fd1f76220b6697b203448.jpg' type='image/jpg' length='177162' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ยกระดับชีวิตคนใต้ : นายกฯ อนุทิน ถึงหาดใหญ่ นำ ครม.สัญจรลงใต้ ดันโครงการแก้ปัญหา–สร้างโอกาสเศรษฐกิจ]]></title>
<link>https://radionakhonratchasima.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/537317</link>
<guid isPermaLink="false">f41b40f1de7857c2ff9d467dbf478c61</guid>
<pubDate>Mon, 31 Aug 2026 20:30:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 31 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 11.50 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ เดินทางถึงท่าอากาศยานหาดใหญ่ อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา เพื่อปฏิบัติภารกิจและเตรียมเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ &ldquo;ครม.สัญจร&rdquo; ครั้งที่ 1/2569 ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม&ndash;1 กันยายน 2569 โดยภารกิจครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการติดตามปัญหาจากพื้นที่จริง และนำข้อเสนอของ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าสู่การพิจารณาของรัฐบาล</p>

<p>นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย พลตรี ภูมเดชา พ่วงเจริญ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 พลตำรวจโท ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 นายกฤษฎา พุกะทรัพย์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานหาดใหญ่ ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ</p>

<p>ภารกิจแรก นายกรัฐมนตรีมีกำหนดลงพื้นที่ ประตูระบายน้ำหน้าควน คลองภูมินาถดำริ หรือคลอง ร.1 อำเภอหาดใหญ่ เพื่อติดตามระบบบริหารจัดการน้ำและมาตรการแก้ไขปัญหาอุทกภัย หลังพื้นที่หาดใหญ่เผชิญความเสี่ยงน้ำท่วมมาอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลต้องการให้การบริหารน้ำเชื่อมโยงทั้งระบบ และลดผลกระทบต่อชุมชน เขตเศรษฐกิจ และเส้นทางคมนาคมสำคัญของภาคใต้ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นหนึ่งในจุดที่จังหวัดเตรียมนำเสนอข้อมูลต่อคณะรัฐมนตรีโดยตรง</p>

<p>จากนั้น นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปยังโรงแรมบุรีศรีภู อำเภอหาดใหญ่ เพื่อร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามสัญญาก่อสร้าง โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา และโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา ภายใต้แนวทางคมนาคมสีเขียว หรือ Green Transport ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่จะเพิ่มความเชื่อมโยงด้านการเดินทาง การขนส่ง การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจภาคใต้ โดยสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร จะช่วยลดเวลาเดินทางระหว่างพื้นที่ฝั่งสงขลา&ndash;พัทลุง จากเดิมเกือบ 2 ชั่วโมง เหลือประมาณ 15 นาที ขณะที่สะพานเชื่อมเกาะลันตาจะช่วยลดการพึ่งพาแพขนานยนต์และลดเวลารอเดินทางลงอย่างมาก ทั้งสองโครงการมีกรอบก่อสร้างไม่เกิน 1,080 วัน และถูกวางเป้าหมายให้ช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ กระจายการท่องเที่ยว และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ชุมชนในพื้นที่</p>

<p>อีกหนึ่งภารกิจสำคัญ นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการ หรือ Workshop ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตสงขลา เพื่อรับฟังและระดมข้อเสนอเกี่ยวกับปัญหา อุปสรรค และแนวทางพัฒนาพื้นที่ สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ข้อเสนอที่ผ่านการระดมความคิดเห็นก่อนหน้านี้ครอบคลุมประเด็นสำคัญทั้งการบริหารจัดการน้ำ เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และการจัดการภัยพิบัติ โดยเป้าหมายคือเปลี่ยนปัญหาและความต้องการจากพื้นที่ให้เป็นข้อเสนอที่สามารถนำเข้าสู่กระบวนการตัดสินใจระดับรัฐบาลได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>

<p>นายกรัฐมนตรีมีกำหนดเดินทางต่อไปยังศาลากลางจังหวัดสงขลา เพื่อรับฟังความคิดเห็นและแนวทางแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก่อนลงพื้นที่เยี่ยมชมชุมชนเมืองเก่าสงขลา และชมนิทรรศการ &ldquo;สงขลาเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร&rdquo; รวมถึงผลิตภัณฑ์ OTOP เพื่อเชื่อมทุนทางวัฒนธรรม อาหาร และผลิตภัณฑ์ชุมชนเข้ากับการท่องเที่ยวและการสร้างรายได้ในพื้นที่</p>

<p>สำหรับวันที่ 1 กันยายน 2569 นายกฯ อนุทิน มีกำหนดเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2569 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองศิริราชสมบัติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา</p>

<p>จุดสำคัญของ ครม.สัญจรครั้งนี้ คือ ข้อเสนอจากพื้นที่จะถูกแปลงเป็นโครงการ งบประมาณ หรือมาตรการใด ที่ประชาชนใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะได้รับประโยชน์จริง โดยเฉพาะเรื่องการป้องกันน้ำท่วม การเชื่อมโยงคมนาคม การสร้างงานและรายได้ ตลอดจนการแก้ปัญหาคุณภาพชีวิตและความมั่นคงในระยะยาว</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radionakhonratchasima.prd.go.th/th/file/get/file/202608311a22b131236c6ce32c56b89e4c20d7c8203148.jpg' type='image/jpg' length='174477' />
</item>
<item>
<title><![CDATA["ฟังเสียงเกษตรกรสงขลา" รมช.ปิยะรัฐชย์ ลงพื้นที่ อ.บางกล่ำ หนุนงานวิจัย-ขยายผลนวัตกรรม YSF]]></title>
<link>https://radionakhonratchasima.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/537316</link>
<guid isPermaLink="false">5331a204f0b3eafba872f956228c2e74</guid>
<pubDate>Mon, 31 Aug 2026 20:27:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา เปิดกิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพ ศดปช. เพื่อช่วยเกษตรกรรับมือต้นทุนสูง ราคาสินค้าผันผวน และสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง</p>

<p>ศดปช.ตำบลท่าช้าง เป็นศูนย์ต้นแบบที่ให้บริการตรวจวิเคราะห์ดิน ผลิตปุ๋ยสั่งตัด และปุ๋ยอินทรีย์ ช่วยลดต้นทุนปุ๋ยได้เฉลี่ย 35% การลงพื้นที่ครั้งนี้ รมช.เกษตรฯ มุ่งผลักดันให้ ศดปช. ยกระดับสู่การเป็น Service Provider ด้านดินและปุ๋ย แบบครบวงจร โดยดึง Young Smart Farmer (YSF) หรือเครือข่ายเกษตรกรรุ่นใหม่ เข้ามาเป็นกำลังสำคัญในการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม และงานวิจัยลงสู่ปฏิบัติจริงในพื้นที่ ร่วมกับศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน เพื่อขับเคลื่อนความรู้ สร้างเครือข่าย และยกระดับการเกษตรไทยให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน</p>

<p>ด้านนางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เน้นย้ำว่าพร้อมนำโมเดล ศดปช.ท่าช้าง ไปขยายผลทั่วประเทศ ร่วมกับเครือข่าย YSF เพื่อให้เกษตรกร &ldquo;รู้ต้นทุน รู้ดิน รู้ปุ๋ย และรู้วิธีผลิต&rdquo; นำไปสู่การลดรายจ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างเป็นรูปธรรม</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radionakhonratchasima.prd.go.th/th/file/get/file/20260831afd94bedf136c0c1874f6472ba5c3520203008.jpg' type='image/jpg' length='197321' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม  ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดสงขลา พร้อมเน้นย้ำขนส่งจังหวัด อย่าทำงานเชิงรับ  รอคนมาขออนุญาต  แต่ต้องเป็นเซลล์แมน   ทำงานเชิงรุก เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด]]></title>
<link>https://radionakhonratchasima.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/537315</link>
<guid isPermaLink="false">8e963edab05c46a7314b9948b96ad332</guid>
<pubDate>Mon, 31 Aug 2026 20:24:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้(31 ส.ค.69) เวลา 09.00 น. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลา แห่งที่ 1 ตำบลพะวง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา โดยมีนายคชศักดิ์ ศิริรัตน์มานะวงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายธนชัย สินธุไพร ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายสรพงษ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง พร้อมหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงคมนาคมในพื้นที่เข้าร่วม&nbsp;</p>

<p>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การลงพื้นที่จังหวัดสงขลาในครั้งนี้ จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาครั้งใหญ่ ตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งในการประชุม ครม.สัญจร ที่จังหวัดสงขลาในครั้งนี้ นโยบายของท่านนายกรัฐมนตรีต้องการให้แตกต่างจากครั้งที่ผ่าน ๆ มา คือ ให้มีการจัดทำ Workshop กันก่อนว่า แผนการพัฒนาของภาคใต้จะมีการดำเนินการอย่างไร เพื่อจะได้วางแผนในการพัฒนา โดยเฉพาะวาระสำคัญ คือ เรื่องรถไฟรางคู่ เฟส 2 ซึ่งในการลงพื้นที่ของคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้ นอกจากเรื่องของการพัฒนาแล้ว จะนำมาซึ่งการแก้ปัญหาในการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ ต้องขอบคุณทางขนส่งจังหวัดทุกท่านที่ให้บริการประชาชนเป็นอย่างดี โดยอีก 4 ปี นโยบายของท่านนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนยังมีอีกหลายโครงการ ซึ่งหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมจะต้องให้บริการที่ดีกับประชาชน เน้นย้ำเรื่องของ Service Mind&nbsp; &nbsp;</p>

<p>อย่างไรก็ตาม กับการพัฒนาระบบขนส่งต่าง ๆ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คิดให้รอบคอบรัดกุม อย่าให้เป็นภาระทางการคลัง และหากระบบทางรางไม่ตอบโจทย์ให้ขนส่งจังหวัดกลับมาทบทวนการให้บริการทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ อย่าทำงานเชิงรับ รอคนมาขออนุญาต แต่ต้องเป็นเซลล์แมน ทำงานเชิงรุก หากเอกชนไม่เข้าร่วม ขอให้ประสานท้องถิ่นเข้ามาดำเนินการ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายให้กระทรวงคมนาคมเร่งพัฒนาระบบขนส่งของประเทศให้มีความทันสมัย มีประสิทธิภาพ และเชื่อมโยงทุกโหมดการเดินทาง เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวก ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการสนับสนุนการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศ</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radionakhonratchasima.prd.go.th/th/file/get/file/202608317a884f77c59d982703302cd66f480900202545.jpg' type='image/jpg' length='127426' />
</item>
</channel>
</rss>
